เป็นประจำเดือน สามารถถอนฟันได้หรือไม่
“หมอคะ ถ้าวันนัดถอนฟันกำลังเป็นประจำเดือนอยู่ ทำได้ไหม เลือดจะไม่หยุดหรือเปล่า?”
สั้น ๆ ก่อนเลย:
ถ้าสุขภาพทั่วไปปกติ ไม่มีโรคเลือด / ไม่ได้กินยาละลายลิ่มเลือด – ส่วนใหญ่ “ถอนฟันระหว่างเป็นประจำเดือนได้” ค่ะ
และมีงานวิจัยสนับสนุนด้วย ไม่ใช่แค่ความเชื่อส่วนตัวของหมอ
ด้านล่างนี้คือสรุปแบบอ่านง่าย จากงานวิจัยนะคะ
ประจำเดือนส่งผลอะไรกับเหงือกและเลือด?
ระหว่างรอบเดือน ฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน, โปรเจสเตอโรน) ขึ้นลงตลอดเวลา ทำให้
เหงือกไวต่อคราบพลัคหรือคราบจุลินทรีย์มากขึ้น ช่วงก่อนประจำเดือนมา เหงือกอาจบวม แดง เลือดออกง่าย (เรียกว่า menstrual gingivitis) พอเมนมาแล้ว อาการมักค่อย ๆ ลดลง
แปลว่า “ช่วงมีประจำเดือน” เอง ไม่ได้ ทำให้เหงือกพัง เลือดพุ่งแบบควบคุมไม่ได้ในคนปกติ
ด้าน “การแข็งตัวของเลือด” งานวิจัยที่ตรวจค่าเลือดตลอดรอบเดือนในผู้หญิงสุขภาพดีพบว่า
ค่าการแข็งตัวของเลือด (PT, aPTT, ฯลฯ) เปลี่ยนเล็กน้อยตามช่วงของรอบเดือน แต่ ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ได้ทำให้เลือดหยุดยากเป็นพิเศษ
ข้อยกเว้นสำคัญ คือกลุ่มที่มี ประจำเดือนมามากผิดปกติ (menorrhagia)
งานวิจัยจาก African Journal of Laboratory Medicine พบว่าผู้หญิงกลุ่มนี้มักมีค่า PT/INR ยาวกว่าปกติ และเกี่ยวข้องกับโรคเลือดบางชนิดได้จริง ถ้าเป็นลักษณะประจำเดือนมามากผิดปกติ แนะนำพบแพทย์ก่อน อาจมีโรคเลือดหรืออื่นๆได้ค่ะ
สรุป : เป็นประจำเดือน ถอนฟันได้ไหม?
มีงานวิจัยที่ “ตั้งใจ” ดูเรื่องนี้โดยเฉพาะ เช่น การทดลองของ Eshghpour และคณะ (2013) ในผู้ป่วยหญิงที่ผ่าฟันคุดล่างสองข้าง เขาทำแบบนี้เลยให้คนไข้ผ่าฟันคุดข้างหนึ่งในช่วง กำลังเป็นประจำเดือน อีกข้างหนึ่งในช่วง กลางรอบเดือน (mid-cycle) แล้วเปรียบเทียบว่าช่วงไหนเสี่ยง dry socket หรือภาวะกระดูกเบ้าฟันอักเสบหลังการถอนหรือผ่าฟันคุด (alveolar osteitis) มากกว่า
ผลที่ได้คือ อัตรา dry socket โดยรวมประมาณ 23% แต่… ช่วงกลางรอบเดือนมี dry socket มากกว่าช่วงเป็นประจำเดือนอย่างมีนัยสำคัญ ผู้วิจัยสรุปว่า ถ้าผ่าฟันคุดแบบเลือกวันได้ ในผู้หญิงบางกรณี การผ่าช่วงกำลังเป็นประจำเดือน ไม่ได้แย่กว่า และอาจ “ดีกว่า” ช่วงกลางรอบเดือนในแง่ลด dry socket ด้วยซ้ำ
สรุปจากหลักฐานตอนนี้:
ยังไม่มีงานไหนบอกว่าช่วงมีประจำเดือน “อันตรายกว่าช่วงอื่น” ในคนสุขภาพดี
บางงานกลับชี้ว่าช่วงมีประจำเดือน ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน เมื่อเทียบกับช่วงอื่นของรอบเดือน
ในคนที่ “สุขภาพทั่วไปปกติ”
ไม่มีโรคเลือด / โรคตับรุนแรง
ไม่ได้ใช้ยาละลายลิ่มเลือด (เช่น warfarin, DOAC, aspirin ขนาดสูง ฯลฯ)
ไม่มีอาการ ประจำเดือนมามากผิดปกติ แบบต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยถี่มากหรือมีลิ่มเลือดใหญ่ ๆ ตลอด
โดยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์: สามารถถอนฟัน / ผ่าฟันคุดช่วงเป็นประจำเดือน “ได้ตามปกติ”
เลือดมักห้ามได้เหมือนวันอื่น ๆ และแผลหายได้ตามกระบวนการปกติของร่างกาย
กลุ่มที่ควรแจ้งหมอให้ละเอียด หรืออาจพิจารณาเลื่อนกรณีที่ ประจำเดือนมาเยอะผิดปกติ หรือเคยถูกวินิจฉัยว่ามีประวัติเลือดออกหยุดยาก หรือต้องนอน รพ. เพราะเลือดออกมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับเลือด / ตับ หรือใช้ยาละลายลิ่มเลือด วันนั้นปวดท้อง/ปวดหลัง/เพลียจากประจำเดือนมาก จนรู้สึกไม่ไหวที่จะทำหัตถการ
ดูแลตัวเองอย่างไรถ้าต้องถอนฟันช่วงมีประจำเดือน?
ทานข้าวและดื่มน้ำให้พอ ก่อนทำฟัน เพื่อลดโอกาสหน้ามืด กัดผ้าก๊อซตามที่หมอบอก และ หลีกเลี่ยงบ้วนน้ำแรง ๆ / ดูดหลอด / สูบบุหรี่ ใน 24 ชม. แรก ถ้ามีเลือดซึมมากผิดปกติ หรือปวดแรงขึ้นเรื่อย ๆ สามารถติดต่อที่คลินิกได้ทันทีค่ะ
สรุปสั้นที่สุด
การเป็นประจำเดือน ไม่ใช่ข้อห้าม ในการถอนฟันหรือผ่าฟันคุด งานวิจัยยืนยันว่า ระบบการแข็งตัวของเลือดในผู้หญิงสุขภาพดี “ยังปกติดี” แม้กำลังมีประจำเดือน งานทดลองผ่าฟันคุดยังพบด้วยว่า ช่วงมีประจำเดือน ไม่ได้เสี่ยง dry socket มากกว่าช่วงอื่น สิ่งที่ต้องระวังคือ โรคประจำตัวเกี่ยวกับเลือด ยาที่กินอยู่ และอาการประจำเดือนที่ผิดปกติ
References
Eshghpour M, Rezaei NM, Nejat A.
Effect of menstrual cycle on frequency of alveolar osteitis in women undergoing surgical removal of mandibular third molar: a single-blind randomized clinical trial.
J Oral Maxillofac Surg. 2013;71(9):1484–1489.
PubMed: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/23866782/ PubMed+1
Siegbahn A, Odlind V, Hedner U, Venge P.
Coagulation and fibrinolysis during the normal menstrual cycle.
Ups J Med Sci. 1989;94(2):137–152.
PubMed: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/2527430/ PubMed+1
Jawed STM, Jawed KTK.
Understanding the link between hormonal changes and gingival health in women: a review.
Cureus. 2025;17(6):e85270.
PubMed: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/40462880/ PubMed+1
Marabi PM, Musyoki SK, Monari F, et al.
Association between coagulation indicators and menorrhagia among women in Kenya.
Afr J Lab Med. 2024;13(1):2438.
PubMed: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/39364033/